วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

บันทึกความทรงจำ แข่งขัน TFDC2010 กลุ่มนักวิทยุสมัครเล่นบ้านนาเดิม

 บันทึกความทรงจำ แข่งขัน TFDC2010และTFDC2011 (รวมภาพสั้นๆ2ปี) ปีที่3เเข่งเป็น คลาสF โดยออกอากาศหลังอำเภอบ้านนาเดิมเเต่เสียดายไม่เหลือภาพเลย ผู้เขียนจะพยายามหามาให้ชมนะครับ โดยในการเเข่งขัน TFDCในครั้งนั้น(2ปี2010,2011)ของกลุ่มนักวิทยุสมัครเล่นบ้านนาเดิม โดยการนำทีมโดย HS8XKL แต่ในครั้งนั้นการออกอากาศโดยเพื่อให้เกิดไม่ลำเอียงเเละให้เกิดมีความเสมอภาค ท่านHS8XKL ได้ทำการหยิบฉลากเพื่อใช้ชื่อสัญญานเรียกขานในการออกอากาศ(ปี2010) เเละในครั้งนั้นออกอากาศในชื่อ ทีมE29JAU คลาส C ออกอากาศ ณ เขาไม้ไผ่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นรอยต่อกับ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฯ ใช้สายอากาศYEGI 5E ประดิษฐ์เองโดย e29iqk สมาชิกในทีมในการเเข่งขันครั้งนั้นประกอบด้วย HS8XKL,HS8PVP,HS8TNG,HS8SZY,HS8XKW,E29IQK,E29JAU,อีกท่านจำนามเรียกขานไม่ได้ครับ เพราะมันนานมากเเล้วโดยปี 2011หยิบฉลากได้ชื่อทีมนามเรียกขานท่าน HS8PVP ครับ ขออภัยในรายละเอียดเพราะมันนานมาก ผู้เขียนเลยไม่ได้บันทึกข้อมูลเลยไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้ อันนี้คือที่จำได้เลย โดยบันทึกไว้เป็นความทรงจำ เเละขอบคุณสมาชิกนักวิทยุสมัครเล่น อ.บ้านนาเดิม ทุกท่านด้วยครับที่ให้ความรู้เเละให้ผมได้เข้าร่วมกลุ่มโดยไม่เเบ่งชั้นไม่ถืออำนาจ(ที่ไม่มีอยู่จริง)เหมือนหลายหลายๆกลุ่มที่เเตกสลายเพราะความบ้าอำนาจ อุ๊ย!นอกเรื่องเเล้ว ล้อเล่นนะครับ ขอบคุณจริงๆครับสำหรับมิตรภาพที่ไม่เคยลืม ครับพี่ศักดิ์ HS8XKL





































ขอบคุณพี่ๆทุกๆท่านครับ วีอาร์บ้านนาเดิม วีอาร์ท่าเรือสัมพันธ์ อยากกลับไปที่นั่นอีกครั้งกับมิตรภาพดีๆที่จำไปตลอดชีวิต ผมยังรักเคารพและคิดถึงทุกท่าน เวลาเปลี่ยนผ่านมานานเเต่ผมไม่เคยลืมเลยจริงๆการเเข่งขัน TFDC 3ปีนี้

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563

aprs คืออะไร ใช้ทำอะไร

 APRS(Automatic Position Reporting System) ระบบรายงานพิกัดตำแหน่งอัตโนมัติ คิดค้นโดย Bob Bruninga หรือ WB4APR


ระยะแรกใช้ในการรายงานตำแหน่งพิกัดอัตโนมัติเพื่อใช้ติดตามดูตำแหน่งการเคลื่อนที่  ต่อมาถึงปัจจุบัน ได้พัฒนาให้สามารถส่งข้อมูลได้หลากหลาย

จนกลายเป็น Automatic Packet Reporting System หรือระบบรายงานข้อมูลอัตโนมัติ   ซึ่งสามารถส่งข้อมูลหลายๆชนิด ผ่านทางระบบ

Packet Radio  ซึ่งในประเทศไทยใช้ความถี่กลางของนักวิทยุสมัครเล่นในการติดต่อกันทางความถี่  145.525 MHz

การทำงานของระบบ APRS

อุปกรณ์เก็บข้อมูล และส่งข้อมูล  
-  ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่ต้องการ (ข่าวสาร,ตำแหน่งที่ตั้ง,สถานะ) คือ อุุปกรณ์ที่ำทำหน้าที่เก็บข้อมูลต่างๆ และส่งข้อมูลออกไป

อุปกรณ์รับข้อมูล และแสดงข้อมูล
-  ทำหน้าที่รับข้อมูลที่ส่งออกมา  และรวบรวมไว้เพื่อใช้ตามความต้องการ

ติดต่อผ่านโครงข่าย AX.25 (วิทยุสื่อสาร และอินเตอร์เน็ต)
-  วิทยุสื่อสาร ในกิจการวิทยุสมัครเล่นใช้ 145.525 MHz
-  เชื่อมต่อผ่านวิทยุ ดาวเทียม และอินเตอร์เน็ต

อุปกรณ์ที่ใช้ เก็บข้อมูล และส่งข้อมูล
เก็บข้อมูล
-  ตำแหน่ง เช่น เครื่องรับ GPS
-  ข่าวสารต่าง  เช่น แป้นพิมพ์ คอมพิวเตอร์
-  ข้อมูลสถานะต่าง เช่น เซนเซอร์ตรวจวัดต่างๆ ตรวจอากาศ ปริมาณ หรืออื่นๆ ที่จะออกแบบ

ส่งข้อมูล
-  TNC ทำหน้าที่แปลงข้อมูลเป็นสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณวิทยุ เป็นข้อมูล
-  Tracker อุปกรณ์ส่งข้อมูลขนาดเล็ก ทำหน้าที่แปลงข้อมูล เป็นสัญญาณวิทยุ อย่างเดียว
-  วิทยุสื่อสาร ทำหน้าที่รับ ส่ง สัญญาณวิทยุ

ตัวอย่างการนำ APRS ไปใช้

- ติดตามยานพาหนะ รถ เรือ  รวมถึงบุคคล ทั้งการเดินทางปกติ และ การจัดกิจกรรมต่างๆ วิ่งมาราธอน งานบริการสาธารณะ
- ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ในการติดตัวทีมค้นหา กู้ภัย เพื่อทราบตำแหน่งในพื้นที่ว่าค้นหาพื้นที่ไหนแล้วบ้าง รวมทั้งเพื่อแจ้งตำแหน่ง
  ผู้บาดเจ็บหรือติดในซากอาคารถล่ม เพื่อให้ทีมช่วยเหลือมาค้นหา ต่อจากทีมค้นหากู้ภัย
- รายงานสภาพอากาศอัตโนมัติ WX STATION
- ส่งข่าวสารต่างๆ ด้วย DTMF - APRStt
- ติดต่อกับระบบอีเมล์ , SMS

 การทำงาน แบ่งง่ายๆ ได้ 2 ส่วนคือ

ส่วนส่ง


ส่วนรับ


การดูผล สามารถดูได้แบบต่ออินเตอร์เน็ต และไม่ต่ออินเตอร์เน็ต

ไม่ต่ออินเตอร์เน็ต สามารถดูผ่าน โปรแกรมต่างๆ เช่น UIVIEW โดยต่อเสาอากาศรับ วิทยุสื่อสาร และ TNC เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์
สามารถดูตำแหน่งของเราที่ส่งสัญญาณมาเข้าวิทยุเครื่องนั้นๆ ได้เลย

ดูผ่านหน้าเวป http://aprs.fi ซึ่งนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกใช้อยู่


ซึ่งส่วนของการติดตามยานพาหนะ จะเห็นเส้นทาง ความเร็ว ระดับความสูง สถานะการวิ่งและจอด ของเพื่อนๆที่ติดตั้งได้ทั่วโลก
ผ่านทาง http://aprs.fi

สามารถดู แผนที่  ภาพถ่ายดาวเทียม และภูมิประเทศได้ด้วย

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สายอากาศแบบ collinear คืออะไรกัน

 

สายอากาศแบบ collinear คืออะไรกัน


สายอากาศ collinear (หรือ co-linear) พูดกันแบบง่าย ๆ ก็คือการนำเอาสายอากาศตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมาต่อขนานกัน เพื่อให้ได้อัตราการขยายที่สูงขึ้น โดยสายอากาศจะถูกจัดเรียงกันในแนวดิ่ง (mounted vertically) การ collinear สามารถทำได้สองแบบคือ การ collinear แบบ อนุกรม (Series fed collinear) แบบที่สองคือการ collinear แบบขนาน (Parallel fed collinear)หรืออาจจะเรียกว่าการ Stack กัน

ตัวอย่างการ collinear แบบ อนุกรม (Series fed collinear) นำสายอากาศ 5/8 Lamda มาต่ออนุกรมกัน 2 ชั้น เลยเรียกว่า สายอากาศ 5/8 2 ชั้น

ตัวอย่างการ collinear แบบ อนุกรม (Series fed collinear) นำสายอากาศ 5/8 Lamda มาต่ออนุกรมกัน 2 ชั้น เลยเรียกว่า สายอากาศ 5/8 2 ชั้น

ตัวอย่างการ collinear แบบ อนุกรม (Series fed collinear) นำสายอากาศ 5/8 Lamda มาต่ออนุกรมกัน 2 ชั้น เลยเรียกว่า สายอากาศ 5/8 2 ชั้น

ตัวอย่าง การ collinear แบบขนาน (Parallel fed collinear) หรืออาจจะเรียกว่าการ Stack กัน รูปตัวอย่าง นำสายอากาศ ไดโพล จำนวนสองต้นมาขนานกัน เลยเรียกว่า ไดโพล 2 Stack

ตัวอย่าง การ collinear แบบ อนุกรม (Series fed collinear)

กระแสบนสาย

  • รูป a แสดงกระแสบนสายตัวนำความยาว 2 Lamda
  • รูป b เป็นการจัดเฟสของสัญญาณเสียใหม่ ให้มีเฟสตรงกัน สัญญาณที่ได้จะเสริมกัน
  • รูป c เป็นการนำ stub มาใช้ในการจัดเฟส


ความแตกต่างระหว่าง Icom IC-2200Eกับ Icom IC-2200T

 


 

ic-2200h_1

IC-2200E เป็นรุ่นที่นำเข้ามาให้หน่วยงานราชการใช้งาน เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมประเภทสังเคราะห์ความถี่ประเภท 1 กำลังส่ง 25/10/5 W
ผ่าน Type approval เมื่อปี 2550 หลังจากที่นำ IC-2200H เข้ามา เพื่อเป็นอีกทางเลือกของหน่วยงานราชการ(ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก) และรุ่นนี้เป็นรุ่นนำเข้าใช้ในประเทศไต้หวันด้วยครับ

IC-2200H เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมประเภทสังเคราะห์ความถี่ประเภท 1 เช่นกัน กำลังส่ง 50/25/10/5 W
รุ่นนี้ใช้กันทั่วโล

IC-2200-T เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมในกิจการวิทยุสมัครเล่น กำลังส่ง 10/5/2 W (ตามที่ผ่านการรับรองตัวอย่าง)
รุ่นนี้ไทยได้อภิสิทธิ์ในการใช้งานประเทศเดียว

รุ่น IC-2200H (มี Serial number เป็น IC-2200-T) เป็นรุ่นที่นำเข้ามาโดยอีกบริษัทหนึ่งครับ ซึ่งเป็นเครื่องมีทะเบียนถูกต้องทุกประการ

สามารถดำเนินการขออนุญาตใช้เครื่องวิทยุฯได้เช่นเดียวกันกับ IC-2200-T ครับ

สำหรับ IC-2200-T นำเข้ามาโดย G.SIMON(ผู้นำเข้า ICOM ในไทยมานาน) ทาง G.SIMON สั่งโรงงานสกรีนบนฝาหน้าเครื่องเป็นพิเศษเป็นรุ่น IC-2200-T จึงเป็นลิขสิทธิ์ของ G.SIMON เพียงรายเดียว

ผู้นำเข้ารายอื่นที่จะนำเข้ามาไม่สามารถออเดอร์โรงงาน ICOM ได้ครับ จึงนำเข้า IC-2200H ซึ่งใช้กันทั่วโลกเข้ามาทำ Type approval กับทางสกทช.
เมื่อผ่านแล้วก็สามารถนำเข้ามาจำหน่าย แต่ต้องใช้ชื่อรุ่น IC-2200-T (เลยเปลี่ยนแค่แผ่น Serial number ใต้เครื่อง)
ซึ่ง IC-2200H ตามข้อมูลด้านบนเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับหน่วยงานราชการเท่านั้นครับ

จุดสังเกตสำหรับ IC-2200H ที่มี Serial number เป็น IC-2200-T นั้น ทะเบียนต้องเป็นรุ่นใหม่เท่านั้น
เนื่องจากล็อตแรกที่ผ่านการตรวจสอบหลังเดือน ก.ค. 2551 เป็นทะเบียนรุ่นใหม่แล้ว
สำหรับผู้ที่จะซื้อเครื่องมือสองควรจำไว้นะครับ เพื่อป้องกันการนำเครื่อง IC-2200H มาสวมทะเบียนใหม่เป็น IC-2200-T แล้วนำมาขายต่อ IC-2200H หากเป็นสติ๊กเกอร์รุ่นตราครุฑแตรหงอนสีแดง แสดงว่านำมาสวมใหม่ครับ


ที่มา:http://www.144575.com/smf/index.php?topic=52.0

 

Dummy Load ดัมมี่โหลด

 

 

 

Dummy Load ดัมมี่โหลด หรือ โหลดเทียม,สายอากาศเทียม แล้วแต่จะเรียกน่ะครับ
    ทำไม เราต้องมีเจ้าตัว Dummy Load ใช้กันเนื่องมาจากว่า เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ เราใช้เมื่อต้องการวัดกำลังส่งของเครื่อง โดยไม่ต้องการให้คลื่นแพร่กระจายออกไปภายนอก ในทางปฏิบัติเราพยายามสร้างหรือจัดหา Dummy Load ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงความต้านทานบริสุทธิ์ให้มากที่สุดที่ย่านความถี่ต้องใช้งาน และเราสามารถใช้ประโยชน์จาก Dummy Load ได้หลายอย่างเช่น กำลังส่งของเครื่อง ใช้แทนสายอากาศ เมื่อเราต้องการจะพวงสายอากาศเข้าด้วยกัน เช่น การ Bay หรือ Stack สายอากาศยากิที่แต่ละต้นเราแมทต์ได้แล้ว
   หลักการ ก็คือการนำ อุปกรณ์ประเภทตัวต้านทาน ที่มีค่าเท่ากับค่าอิมพิแดนซ์ของสายอากาศ หรือ output ของเครื่องมือสื่อสาร เพื่อเป็น Load ที่มีค่า SWR = 1:1 แต่ในทางปฏิบัติย่อมมีค่าที่ผิดพลาดเล็กน้อย และจะใช้ตัวต้านทานตัวเดียวดังรูป อาจจะหาค่า 50 โอห์ม และทนกำลังวัตต์สูงๆได้ยาก จึงแนะนำให้ใช้ตัวต้านทานจำนวนหลายๆตัวมาต่อขนานกัน โดยค่าของแต่ละตัว เมื่อนำมาขนานกันแล้วต้องได้ค่า ความต้านทานรวม เท่ากับ 50 โอห์มด้วย
image002
อุปกรณ์ครับที่เราต้องใช้
image004
1. ตัวต้านทานชนิดคาร์บอนหรือแบบฟิล์ม ที่มีค่า 500 โอห์ม แบบผิดพลาด 5% หรือ 10% ก็ได้ ทนกำลัง 1 วัตต์ หรือ 2 วัตต์ จำนวน 10 ตัว ( อย่าใช่ตัวต้านทานแบบกระเบื้อง สีขาวทรงสี่เหลี่ยม เพราะ โครงสร้างเป็นลวดโลหะผสมที่ขดเป็นเหมือนลักษณะขดลวดคอล์ย ทำให้เวลานำมาใช้งานด้านความถี่สูง จะทำให้เกิดค่าความต้านทานผิดพลาด เนื่องจาก ค่าความถี่ที่เกิดจากค่า XL)
2. ขั้วหรือ Connector แบบ BNC สำหรับเครื่องชนิดมือถือ หรือ แบบ PL-259 สำหรับการต่อกับ SWR meter
3. ตะกั่วบัดกรี
4. สายไฟขนาดใหญ่ตามความเหมาะสม
การประกอบ
1.ควรทำการขูดขาตัวต้านทานให้สะอาด เพื่อที่จะบัดกรีได้ติดแน่น เพราะ อุปกรณ์ที่ใช้งานทางด้านความถี่สูงต้องพิถีพิถัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจะส่งผลต่อค่าต่างๆที่เกี่ยวข้อง
2.บัดกรีตัวต้านทานโดยให้ขาด้านหนึ่งติดกับกราวด์ของขั้ว BNC หรือ ขั้ว PL-259 โดยจัดให้ตัวต้านทานแต่ละตัวเรียงกันไปโดยรอบเป็นวงกลม เพื่อความสวยงาม และประโยชน์ในการระบายความร้อน แต่ที่ผมทำเวลาเอาขั้วของตัวต้านทานแต่ละมาต่อกันไม่สวยเท่าไหร่เนื่องจากว่า ไม่ได้เรียนอิเล็กทรอนิกมา ก็เลยตัดแผ่นพริ้นต์เป็นวงกลมประมาณเท่าเหรียญ 10 บาทครับ จำนวน 2 แผ่น แล้วเจาะรูโดยรอบจำนวน 10 รู
3.ต่อสายไฟจากขั้วสัญญาณของ BNC ออกมา
4.รวมขาของตัวต้านทานปลายอีกด้านหนึ่งเข้าด้วยกัน และบัดกรีสายไฟที่ต่ออกมาจากขัวกลางของ BNC เข้าด้วยกันด้วย
image006image008
  ผลการทดสอบ
image010ปรับตั้ง SWR Meter ก่อนวัดหรือกดคีย์
image014เมื่อกดคีย์ค่าที่อ่านได้ใกล้เคียง 1 : 1.1 มากเลยครับ
image017ที่นี้ก็ทดสอบวัดกำลังส่งของเครื่อง IC-2GXET
กำลังส่ง Hi กำลังไฟ 13.8 Volt ครับ ได้เท่าไหร่ดูเองน่ะ
การดัดแปลงเพื่อพัฒนาต่อไป เราสามารถที่จะพัฒนาให้ทนกำลังส่งได้มากขึ้น โดยการ เลือกใช้ตัวต้านทาน ที่มีอัตราการทนกำลังได้มากขึ้น เช่น ถ้าใช้ 500 โอห์ม ทนกำลังตัวละ 10 วัตต์ จำนวน 10 ตัว ดัมมี่โหลดตัวนี้ก็จะทนกำลังได้รวม 100 วัตต์ แต่ว่า ตัวต้านทานแบบคาร์บอน กำลัง 10 วัตต์ ค่อนข้างหายาก หรืออาจจะใช้ตัวต้านทานจำนวนมากขึ้น แต่ก็ต้องเปลี่ยนค่าความต้านทานแต่ละตัว เพื่อให้การประกอบขนานกันแล้ว ได้ค่า 50 โอห์ม เช่น ตัวต้านทาน 1 ตัว ก็จะใช้ค่า 50 โอห์ม , 5 ตัว ใช้ค่า 250 โอห์ม , 10 ตัว ใช้ 500 โอห์ม เป็นต้น...

ขอขอบคุณ HS3PMT ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลครับ