อัพเดทตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอณุญาตและกำกับดูแลกิจการวิทยุสมัครเล่น โดยได้มีการปรับปรุงแตกต่างจาก แบนด์แพลน (Band Plan) เดิมพอสมควร ความถี่เดิมที่ท่านใช้ประจำอาจจะขัดกับแบนดืแพลนใหม่นี้ก็ได้ เพราะฉนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ท่านต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติให้ถูกต้อง
โหมด (Mode)
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับระบบโหมด (Mode) ต่างๆ ที่ใช้ในกิจการวิทยุสมัครเล่นก่อน ดังนี้
การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง (Phone) ให้ใช้รับส่งข่าวสารโดยใช้เสียงพูด (Speech)
การติดต่อสื่อสารด้วยการสะท้อนคลื่นวิทยุจากผิวดวงจันทร์ (Earth Moon Earth : EME)
การติดต่อสื่อสารสะท้อนหางดาวตก (Meteor scatter : MS)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณแบบคลื่นต่อเนื่อง (Continous wave : CW)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณแบบคลื่นต่อเนื่องที่มีการมอดูเลต (Modulated continous wave : MCW)
การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องกำเนิดสัญญาณ (Machine generated mode : MGM)
การติดต่อสื่อสารด้วยการผสมคลื่นแบบ Single sideband (SSB)
การติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมวิทยุสมัครเล่น (Satellite)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณวิทยุโทรพิมพ์ (Radio teletype : RTTY)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณข้อมูล (Data or Packet radio)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณภาพ (Image)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณโทรทัศน์แบบสแกนช้า (Slow scan television : SSTV)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณโทรทัศน์แบบสแกนเร็ว (Fast scan television : FSTV)
การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณพัลส์ (Pulse)
ขอบเขตการใช้คลื่นความถี่ สำหรับพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น
กำหนดให้ใช้คลื่นความถี่ 28 000 – 29 700 kHz สำหรับการติดต่อสื่อสารเพื่อรับส่งสัญญาณระหว่างสถานีวิทยุสมัครเล่น โดยใช้กำลังส่งไม่เกิน 100 วัตต์
กำหนดให้ใช้คลื่นความถี่ 144 – 146.5 MHz โดยใช้กำลังส่งไม่เกิน 60 วัตต์ สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายให้ใช้กำลังส่งไม่เกิน 100 วัตต์
กำหนดให้ใช้คลื่นความถี่ 435 – 438 MHz สำหรับการติดต่อสื่สารผ่านดาวเทียมวิทยุสมัครเล่น (Satellite) เฉพาะด้านรับ (Downlink) จากดาวเทียมมายังสถานีวิทยุสมัครเล่นเท่านั้น
กำหนดให้ใช้คลื่นความถี่ 1 260 – 1 270 Mhz สำหรับการติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมวิทยุสมัครเล่น (Satellite) เฉพาะด้านรับ (Downlink) จากดาวเทียมมายังสถานีวิทยุสมัครเล่นเท่านั้น
การใช้คลื่นความถี่ 144 – 146.5 MHz
กำหนดคลื่นความถี่ 144.0000 – 144.1000 MHz สำหรับการติดต่อสื่อสารสัญญาณแบบคลื่นต่อเนื่อง (CW) และการติดต่อสื่อสารด้วยการสะท้อนคลื่นวิทยุจากผิวดวงจันทร์ (EME) โดยคลื่นความถี่ 144.0500 MHz เป็นช่องเรียกขานสำหรับ CW
กำหนดคลื่นความถี่ 144.1000 – 144.1500 MHz สำหรับการติดต่อสื่อสารสัญญาณแบบคลื่นต่อเนื่อง (CW) การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องกำเนิดสัญญาณ (MGM) และการติดต่อสื่อสารด้วยการสะท้อนคลื่นวิทยุจากผิวดวงจันทร์ (EME)
กำหนดคลื่นความถี่ 144.1500 – 144.3750 MHz สำหรับการติดต่อสื่อสารด้วยการผสมคลื่นแบบ Single sideband (SSB) และการติดต่อสื่อสารสะท้อนหางดาวตก (Meteor scatter : MS) โดยคลื่นความถี่ 144.2000 MHz เป็นช่องเรียกขานสำหรับ SSB
กำหนดคลื่นความถี่ 144.3750 – 144.5000 MHz สำหรับการติดต่อสื่อสารประเภทอื่นดังนี้
กำหนดคลื่นความถี่ 144.3900 MHz สำหรับการสื่อสารระบบกำหนดตำแหน่งสถานีวิทยุสมัครเล่นอัตโนมัติ
(Automatic Packet Reporting System : ARPS)
- กำหนดคลื่นความถี่ 144.4125 – 144.4375 MHz สำหรับการติดต่อสื่อสารประเภทอื่นได้แก่ การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณข้อมูล (Data or Packet radio) การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณวิทยุโทรพิมพ์ (Radio teletype : RTTY) การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณภาพ (Image) การติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณโทรทัศน์แบบสแกนช้า (Slow scan television : SSTV) และการติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณแบบคลื่นต่อเนื่องที่มีการมอดูเลต (Modulated continous wave : MCW)
- กำหนดคลื่นความถี่ 144.4500 – 144.4900 MHz สำหรับการใช้งานประเภทให้สัญญาณ (Beacon) ของสถานีวิทยุสมัครเล่นสำหรับกิจกรรมพิเศษ เท่านั้น โดยกำหนดให้คลื่นความถี่ 144.4900 MHz สำหรับการใช้งานประเภทให้สัญญาณ (Beacon) แบบ WSPR
กำหนดคลื่นความถี่ 145.8000 – 146.0000 MHz สำหรับการส่งสัญญาณระหว่างดาวเทียมวิทยุสมัครเล่นกับสถานีวิทยุสมัครเล่นเท่านั้น
กำหนดคลื่นความถี่สำหรับการรับส่งสัญญาณระหว่างสถานีวิทยุสมัครเล่นแบบซิมเพล็กซ์ (Simplex) โดยกำหนดช่องความถี่วิทยุ ดังนี้
ช่องที่ คลื่นความถี่ (MHz) ลักษณะการใช้งาน
่ช่องที่ คลื่นความถี่ (MHz) ลักษณะการใช้งาน
1 144.5125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
2 144.5250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
3 144.5375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
4 144.5500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
5 144.5625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
6 144.5750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
7 144.5875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
8 144.6000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
9 144.6125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
10 144.6250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
11 144.6375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
12 144.6500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
13 144.6625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
14 144.6750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
15 144.6875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
16 144.7000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
17 144.7125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
18 144.7250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
19 144.7375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
20 144.7500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
21 144.7625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
22 144.7750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
23 144.7875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
24 144.8000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
25 144.8125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
26 144.8250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
27 144.8375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
28 144.8500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
29 144.8625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
30 144.8750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
31 144.8875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
32 144.9000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงสำหรับเรียกขานและแจ้งเหตุทั่วไป (General notice and Calling)
33 144.9125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
34 144.9250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
35 144.9375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
36 144.9500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
37 144.9625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
38 144.9750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
39 144.9875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
40 145.0000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง สำหรับเรียกขานและแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Emergency, Distress and Calling)
และ เป็นคลื่นความถี่กลางสำหรับประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและพนักงานวิทนุสมัครเล่น
41 145.1375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
42 145.1500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
43 145.1625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
44 145.1750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
45 145.1875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
46 145.2000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
47 145.2125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
48 145.2250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
49 145.2375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
50 145.2500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
51 145.2625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
52 145.2750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
53 145.2875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
54 145.3000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
55 145.3125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
56 145.3250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
57 145.3375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
58 145.3500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
59 145.3625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
60 145.3750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
61 145.3875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
62 145.4000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
63 145.4125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
64 145.4250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
65 145.4375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
66 145.4500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง / กิจกรรมพิเศษ
67 145.4625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง / กิจกรรมพิเศษ
68 145.4750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง / กิจกรรมพิเศษ
69 145.4875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง / กิจกรรมพิเศษ
70 145.7375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงโดยเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอื่น
71 145.7500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงโดยเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอื่น
72 145.7625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงโดยเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอื่น
73 145.7750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงโดยเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอื่น
74 145.7875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงโดยเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอื่น
84 146.2375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
85 146.2500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
86 146.2625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
87 146.2750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
88 146.2875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
89 146.3000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
90 146.3125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
91 146.3250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
92 146.3375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
93 146.3500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
94 146.3625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
95 146.3750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
96 146.3875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
97 146.4000 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
98 146.4125 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
99 146.4250 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
100 146.4375 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
101 146.4500 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
102 146.4625 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
103 146.4750 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
104 146.4875 การติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
คลื่นความถี่สำหรับสถานีทวนสัญญาณ
คลื่นความถี่สำหรับการรับส่งสัญญาณระหว่างสถานีวิทยุสมัครเล่นแบบ Semi-duplex หรือสถานีรีพีทเตอร์ที่เราคุ้นเคยนั่นแหละครับ ดังนี้
คู่ที่ คลื่นความถี่รับ(MHz) คลื่นความถี่ส่ง(MHz) ลักษณะการใช้
1 145.0125 145.6125 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
(สำรองการใช้งานเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)
2 145.0250 145.6250 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
3 145.0375 145.6375 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
4 145.0500 145.6500 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
5 145.0625 145.6625 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
6 145.0750 145.6750 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
7 145.0875 145.6875 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
8 145.1000 145.7000 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
9 145.1125 145.7125 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
10 145.1250 145.7250 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
11 145.5000 146.1000 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
12 145.5125 146.1125 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
13 145.5250 146.1250 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
14 145.5375 146.1375 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
15 145.5500 146.1500 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
16 145.5625 146.1625 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
17 145.5750 146.1750 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
18 145.5875 146.1875 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
(สำรองการใช้งานเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)
19 145.6000 146.2000 สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นประเภททวนสัญญาณ
(สำรองการใช้งานเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
หมวด 6 สัญญาณเรียกขาน (Call sign)
หมวด 6
สัญญาณเรียกขาน (Call sign)
หมวดนี้ก็สำคัญไม่แพ้หมวดอื่นๆ และก็มีประเด็นที่ฮือฮาสนั่นวงการอยู่ด้วย คือ การเพิกถอนสัญญาณเรียกขานของผู้ที่ไม่ต่อใบอนุญาต ลองมาดูกันว่ามีประเด็นอะไรอีกบ้างหรือไม่
เดิมหมวดนี้ไม่มีอะไรโดดเด่น เป็นเพียงข้อกำหนดกว้างๆ ว่าผู้ที่เป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่นจะได้รับการกำหนดสัญญาณเรียกขานตอนที่ไปขอใบอนุญาต และสัญญาณเรียกขานก็เป็นไปตามข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ เท่านั้นจบ ซึ่งของใหม่ก็ระบุไว้ไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่มีข้อที่เพิ่มเข้ามาอีก
เรื่องแรกเลยเป็นเรื่องของกรณีชาวต่างประเทศที่มาเทียบประกาศนียบัตรกับไทย แล้วจะได้รับสัญญาณเรียกขานในหมวด "HS0Zxx" ซึ่งของใหม่จะไม่กำนดแบบนี้แล้วแต่จะกำหนดให้ใช้ "HS0/" แทนของเดิม เช่น นักวิทยุสมัครเล่นชาวอเมริกัน มีสัญญาณเรียกขาน K2JFW เมื่อมาเทียบกับไทยแล้วจะได้รับสัญญาณเรียกขานไทย เป็น HS0/K2JFW
ความเห็นที่ได้เสนอไปนั้นจะให้คงการกำหนดสัญญาณเรียกขาน "HS0Zxx" ให้กับชาวต่างประเทศเช่นเดิม แต่มีเงือนไขเพิ่มเข้ามา ได้แก่
เดิมหมวดนี้ไม่มีอะไรโดดเด่น เป็นเพียงข้อกำหนดกว้างๆ ว่าผู้ที่เป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่นจะได้รับการกำหนดสัญญาณเรียกขานตอนที่ไปขอใบอนุญาต และสัญญาณเรียกขานก็เป็นไปตามข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ เท่านั้นจบ ซึ่งของใหม่ก็ระบุไว้ไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่มีข้อที่เพิ่มเข้ามาอีก
เรื่องแรกเลยเป็นเรื่องของกรณีชาวต่างประเทศที่มาเทียบประกาศนียบัตรกับไทย แล้วจะได้รับสัญญาณเรียกขานในหมวด "HS0Zxx" ซึ่งของใหม่จะไม่กำนดแบบนี้แล้วแต่จะกำหนดให้ใช้ "HS0/" แทนของเดิม เช่น นักวิทยุสมัครเล่นชาวอเมริกัน มีสัญญาณเรียกขาน K2JFW เมื่อมาเทียบกับไทยแล้วจะได้รับสัญญาณเรียกขานไทย เป็น HS0/K2JFW
ความเห็นที่ได้เสนอไปนั้นจะให้คงการกำหนดสัญญาณเรียกขาน "HS0Zxx" ให้กับชาวต่างประเทศเช่นเดิม แต่มีเงือนไขเพิ่มเข้ามา ได้แก่
- ได้รับอนุญาตให้พักอาศัยในประเทศไทย (Residence Visa/Permanent Visa)
- ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย (Work Permit Visa)
- ได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย (Retirement Visa)
สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาชั่วคราวสั้นๆ ก็ให้กำหนดสัญญาณเรียกขาน "HS0/" เพื่อไม่ให้เปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพราะมาเพียงสั้นๆ และอาจไม่กลับมาอีกเลย ไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดสัญญาณเรียกขาน "HS0Zxx" ไปให้
แต่ไม่แน่ใจว่าเหตุใดจึงถูกตัด หรือแปลความเป็นอย่างที่ร่างกำหนดมา คงต้องไปให้ข้อมูลเพิ่มหรือสอบถามถึงเหตุผลกันต่อไป
เรื่องยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ มีการกำหนดว่าจะต้องแจ้งสัญญาณเรียกขานของตนเองอย่างน้อย 1 ครั้งทุกๆ 10 นาทีไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสถานีวิทยุสมัครเล่นชนิดใดก็ตาม (สถานีวิทยุสมัครเล่นทั่วไป สถานีทวนสัญญาณ สถานีเชื่อมต่อโครงข่ายสาธารณะ และอื่นๆ) เพื่อการแสดงตัวตนที่ชัดเจน
และยังกำหนดอีกด้วยว่าการส่งสัญญาณเรียกขานนั้นต้องกระทำด้วยประเภทของการส่งสัญญาณที่อนุญาตในช่วงความถี่นั้นๆ เช่น ถ้าอยู่ในแถบความถี่ที่อนุญาตให้ใช้งานรหัสมอร์ส (CW) ก็ต้องส่งสัญญาณเรียกขานด้วยรหัสมอร์ส ตรงไหนใช้เสียงพูดแบบ SSB ใช้ต้องส่งด้วย SSB ตรงไหนใช้ FM ก็ต้องส่งเสียงพูดด้วย FM และถ้าเป็น Mode อื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน
มาถึงประเด็นร้อนแรงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของการเพิกถอนสัญญาณเรียกขาน หากไม่ต่อใบอนุญาต โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ 3 ข้อดังนี้
- กรณีที่ใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นฉบับเดิมหมดอายุไปแล้ว เป็นระยะเวลาเกินกว่าสองปี นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ ซึ่งพนักงานวิทยุสมัครเล่นนั้นยังไม่ได้ดำเนินการขอรับใบอนุญาตฉบับใหม่และชำระค่าปรับกรณีการยื่นคำขอใบอนุญาตภายหลังจากใบอนุญาตฉบับเดิมหมดอายุตามที่กำหนด
- กรณีพนักงานวิทยุสมัครเล่นที่เสียชีวิตแล้ว
- กรณีพนักงานวิทยุสมัครเล่นถูกเพิกถอนใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นตามหลักเกณฑ์การพิจารณาโทษในภาคผนวก 7
สำหรับข้อ 2 และ 3 นั้นไม่ต้องอธิบายกันมากก็เข้าใจได้ สำหรับข้อ 1 คือถ้าใบอนุญาตเดิมหมดอายุไปแล้วเกินกว่า 2 ปี แล้วยังไม่ได้ขอใบอนุญาตใหม่ ก็จะเพิกถอนสัญญาณเรียกขานนั้นคืน ซึ่งก็จะมีประเด็นที่ต้องคิดตามมาว่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น
- สัญญาณเรียกขานเดิมที่ถูกเพิกถอนไปนั้น จะทำอย่างไร จะไปกำหนดให้กับพนักงานวิทยุสมัครเล่นคนใหม่ได้เลยทันทีหรือไม่
- กสทช มีระบบในการบันทึกอย่างไรเรื่องการกำหนดสัญญาณเรียกขานของบุคคล เช่น สัญญาณเรียกขาน "HS2JFW" ในระหว่างปี พ.ศ. 2535 - 2555 นั้นถูกกำหนดให้กับใคร เพราะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปอาจไม่ได้ถูกกำหนดให้กับคนเดิมอีกต่อไปแล้ว หาก HS2JFW ไม่ได้ขอรับใบอนุญาตฉบับใหม่ เพราะฉบับเดิมได้หมดอายุลงไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553
- ถ้ากรณีที่ HS2JFW ได้ถูกเพิกถอนสัญญาณเรียกขานไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2555 แล้วมีความประสงค์จะกลับมาเป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่นใหม่ สามารถทำได้หรือไม่
- หากสามารถทำได้ จะต้องผ่านการสอบเพื่อรับใบประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเลน่ใหม่หรือเปล่า หรือว่าไปขอใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นฉบับใหม่ได้เลย
- หากไปขอใบอนุญาตฉบับใหม่จะต้องเสียเงินค่าปรับย้อนหลังหรือเปล่า ถ้ากรณีเสียเงินค่าปรับจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เมื่อใด เริ่มนับจากวันที่ใบอนุญาตฉบับเดิมหมดอายุเลยหรือเปล่า
- ถ้ากรณีที่สัญญาณเรียกขานเดิมของผู้ที่ไปใบอนุญาตใหม่ หลังจากที่ถูกเพิกถอนไป ยังไม่ได้ถูกำหนดให้กับผู้อื่น จะมีสิทธิขอใช้สัญญาณเรียกขานเดิมได้หรือไม่
- กสทช จะมีระบบที่ให้นักวิทยุสมัครเล่นได้สามารถสืบค้น และตรวจสอบได้หรือไม่ว่าปัจจุบันสัญญาณเรียกขานนี้ได้ถูกกำหนดให้กับใคร
นี่เป็นตัวอย่างที่ต้องคิดกันต่อไปอีก อาจมีท่านอื่นสงสัยอีกหลายประเด็นก็เป็นไปได้
ขอขอบคุณ เว็ป :http://hs2jfw.blogspot.com/2013/09/6-call-sign.html
ระบบตรวจสอบสัญญาณเรียกขานที่ถูกยกเลิก เนื่องจากหมดอายุมากกว่า 2 ปี ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2558
ระบบตรวจสอบสัญญาณเรียกขานที่ถูกยกเลิก
เนื่องจากหมดอายุมากกว่า 2 ปี ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2558
วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
วงจรอินเตอร์เฟส Interface Echolink
วงจรอินเตอร์เฟส (Interface) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับวิทยุเครื่องลิ้งค์ โดยมีหลักการว่า จะทำอย่างไรเมื่อเครื่องลิ้งค์รับสัญญาณเสียงเข้ามาแล้ว ให้เอาเสียงนั้นส่งเข้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งบอกคอมพิวเตอร์ว่ามีเสียงเข้ามาจากวิทยุแล้วน่ะ...! ในทางกลับกัน จะทำอย่างไรจึงจะสามารถเอาเสียงที่ออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วส่งไปยังวิทยุเครื่องลิ้งค์ให้ออกอากาศได้...! ผมได้แยกการทำงานของอินเตอร์เฟสที่ใช้กับ Echolink ออกได้ 3 แบบคือ
1. อินเตอร์เฟสแบบ Vox ล้วน ๆ (Pure VOX) คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
2. อินเตอร์เฟสแบบ กึ่ง Vox กึ่ง Carrier control (Semi VOX - Semi Carrier) คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
3. อินเตอร์เฟสแบบ Carrier control คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
1. อินเตอร์เฟสแบบ Vox ล้วน ๆ (Pure VOX) อินเตอร์เฟสแบบนี้เหมาะกับเครื่องลิ้งค์ที่เป็นชนิดมือถือรุ่นที่มีระบบ VOX ติดมากับเครื่อง เช่น Yaesu FT-411 , FT-415 , FT-416 เป็นต้น@ข้อดี (1).ไม่ต้องทำวงจรอิเล็คทรอนิคส์ในส่วนที่เป็นแจ็คที่ต่อกับ Comport ทำเฉพาะส่วนที่เป็นแจ็คเสียบ 4 ตัวแค่นั้นเอง /// (2).กรณีมีสมาชิกในความถี่ลิ้งค์กดคีย์ค้าง (แต่ไม่พูด) ระบบจะไม่ทำงาน ซึ่งเป็นการลดการกวนใน echolink ได้ด้วยครับ@ข้อเสีย เสียงที่ เข้า และ ออก จากระบบอาจมีการขาดหายเป็นช่วง ๆ เพราะการเซ็ตเป็นระบบ vox นั้นจะอาศัยเสียงที่เราพูดคุยในการกระตุ้นให้ระบบทำงาน เมื่อไหร่ที่เสียงพูดหยุดลง (เช่นเรายังกดคีย์อยู่ แต่กำลังนึกคำที่จะพูด) ระบบก็จะตัดทันที อาจทำให้คู่สนทนาของเราเข้าใจว่าเราปล่อยคีย์แล้ว
ในโปรแกรม Echolink ให้ไปที่เมนู Tools เลือก Sysop Settings แล้วจะได้หน้าจอตามภาพข้างล่างนี้1. เลือกป้าย RX Ctrl (เป็นการควบคุมการรับเสียงของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เข้ามาทางช่องไมค์หรือช่อง Line In จากวิทยุฯ)
2. คลิ๊กช่อง VOX (เราต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานแบบ VOX ในการรับเสียงจากวิทยุเครื่อง Link)
3. เลือกค่า VOX Delay (เป็นค่าการหน่วงเวลาในความต่อเนื่องของเสียงที่เข้าไปควบคุมระบบ VOX )
4. เลือกป้าย TX Ctrl (เป็นการควบคุมการส่งของเครื่องวิทยุสื่อสารที่เป็นเครื่อง Link )5. คลิ๊กช่อง External VOX (หมายถึงการส่งของวิทยุจะต้องเซ็ตแบบ VOX เอาไว้)
2. คลิ๊กช่อง VOX (เราต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานแบบ VOX ในการรับเสียงจากวิทยุเครื่อง Link)
3. เลือกค่า VOX Delay (เป็นค่าการหน่วงเวลาในความต่อเนื่องของเสียงที่เข้าไปควบคุมระบบ VOX )
4. เลือกป้าย TX Ctrl (เป็นการควบคุมการส่งของเครื่องวิทยุสื่อสารที่เป็นเครื่อง Link )5. คลิ๊กช่อง External VOX (หมายถึงการส่งของวิทยุจะต้องเซ็ตแบบ VOX เอาไว้)
2. อินเตอร์เฟสแบบ กึ่ง Vox กึ่ง Carrier Control (Semi VOX - Semi Carrier) อินเตอร์เฟสแบบนี้ต้องใช้ความสามารถในการบัดกรีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์นิดหน่อย@ ข้อดี (1).ไม่ต้องแกะเครื่องวิทยุเพื่อหาจุดต่อสัญญาณ RX เหมือนกับแบบสุดท้าย /// (2). เสียงด้านที่เรารับมาจากเพื่อนสมาชิก (เสียงที่ออกมาจากคอมพิวเตอร์) จะไม่มีอาการขาดหาย เพราะด้านนั้นเราใช้วิธี carrier control ผ่านทาง Comport ของเครื่องคอมพิวเตอร์@ ข้อเสีย หากเรากดคีย์แล้วพูดด้วยคำพูดที่ไม่ต่อเนื่อง (เช่นหยุดคิดขณะที่กดคีย์) สัญญาณเสียงที่เราส่งไปหาเพื่อนสมาชิก อาจมีอาการขาดหายเป็นช่วง ๆ ได้
ในโปรแกรม Echolink ให้ไปที่เมนู Tools เลือก Sysop Settings แล้วจะได้หน้าจอตามภาพข้างล่างนี้1. เลือกป้าย RX Ctrl (เป็นการควบคุมให้เครื่องคอมพิวเตอร์รับเสียงจากวิทยุสื่อสาร ที่เข้ามาทางช่องไมค์หรือช่อง Line In)
2. คลิ๊กช่อง VOX (เราต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานแบบ VOX ในการรับเสียงจากวิทยุเครื่อง Link)
3. เลือกค่า VOX Delay (เป็นค่าการหน่วงเวลาในความต่อเนื่องของเสียงที่เข้าไปควบคุมระบบ VOX )
4. เลือกป้าย TX Ctrl (เป็นการควบคุมการส่งออกอากาศของเครื่องวิทยุสื่อสารที่เป็นเครื่อง Link)5. คลิ๊กช่อง RTS (หมายถึงเราใช้ขา 7 ของ serial port ในการควบคุมการส่งของวิทยุเครื่อง Link)6. เลือกช่อง Comport ที่เราต่อสาย Interface เอาไว้
2. คลิ๊กช่อง VOX (เราต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานแบบ VOX ในการรับเสียงจากวิทยุเครื่อง Link)
3. เลือกค่า VOX Delay (เป็นค่าการหน่วงเวลาในความต่อเนื่องของเสียงที่เข้าไปควบคุมระบบ VOX )
4. เลือกป้าย TX Ctrl (เป็นการควบคุมการส่งออกอากาศของเครื่องวิทยุสื่อสารที่เป็นเครื่อง Link)5. คลิ๊กช่อง RTS (หมายถึงเราใช้ขา 7 ของ serial port ในการควบคุมการส่งของวิทยุเครื่อง Link)6. เลือกช่อง Comport ที่เราต่อสาย Interface เอาไว้
3. อินเตอร์เฟสแบบ Carrier Control อินเตอร์เฟสแบบนี้ต้องใช้ความสามารถในการบัดกรีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และความกล้าในการที่จะแกะเครื่องเพื่อหาจุดต่อสัญญาณ RX (และนั้นหมายถึงการเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดกับเครื่องวิทยุของท่านด้วย)@ ข้อดี เสียงที่เรารับมาจากเพื่อนสมาชิก (เสียงที่ออกมาจากคอมพิวเตอร์) และเสียงที่เราส่งไปยังเพื่อนสมาชิก (เสียงจากเครื่องลิ้งค์เข้าคอมพิวเตอร์) จะไม่มีอาการขาดหายเลย เพราะทั้งสองด้านเราใช้วิธีควบคุมแบบ carrier control ผ่านทาง Comport ของเครื่องคอมพิวเตอร์@ ข้อเสีย (1). การควบคุมแบบนี้หากเพื่อนสมาชิกท่านใดกดคีย์ค้าง (แต่ไม่พูด) ในความถี่ลิ้งค์ จะทำให้ระบบทำงาน (กลายเป็น QRM ไปโดยปริยาย) /// (2).เราจะต้องแกะเครื่องวิทยุที่แสนรักเพื่อทำการต่อสัญญาณ RX ออกมาใช้กับวงจรอินเตอร์เฟส
ในโปรแกรม Echolink ให้ไปที่เมนู Tools เลือก Sysop Settings แล้วจะได้หน้าจอตามภาพข้างล่างนี้1. เลือกป้าย RX Ctrl (เป็นการควบคุมให้เครื่องคอมพิวเตอร์รับเสียงจากวิทยุสื่อสาร ที่เข้ามาทางช่องไมค์หรือช่อง Line In)
2. คลิ๊กช่อง Serial CTS (หมายถึงเราใช้ขา 8 ของ serial port ในการควบคุมการรับเสียงของเครื่องคอมพิวเตอร์ จากวิทยุฯ)
3. เลือกค่า VOX Delay (เป็นค่าการหน่วงเวลาในความต่อเนื่องของเสียงที่เข้าไปควบคุมระบบ VOX )
4. เลือกป้าย TX Ctrl (เป็นการควบคุมการส่งของออกอากาศเครื่องวิทยุสื่อสารที่เป็นเครื่อง Link)5. คลิ๊กช่อง RTS (หมายถึงเราใช้ขา 7 ของ serial port ในการควบคุมการส่งของวิทยุเครื่อง Link)6. เลือกช่อง Comport ที่เราต่อสาย Interface เอาไว้
2. คลิ๊กช่อง Serial CTS (หมายถึงเราใช้ขา 8 ของ serial port ในการควบคุมการรับเสียงของเครื่องคอมพิวเตอร์ จากวิทยุฯ)
3. เลือกค่า VOX Delay (เป็นค่าการหน่วงเวลาในความต่อเนื่องของเสียงที่เข้าไปควบคุมระบบ VOX )
4. เลือกป้าย TX Ctrl (เป็นการควบคุมการส่งของออกอากาศเครื่องวิทยุสื่อสารที่เป็นเครื่อง Link)5. คลิ๊กช่อง RTS (หมายถึงเราใช้ขา 7 ของ serial port ในการควบคุมการส่งของวิทยุเครื่อง Link)6. เลือกช่อง Comport ที่เราต่อสาย Interface เอาไว้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










